สีมงคลประจำวันเกิด และสีที่ควรเลี่ยง

ถามคนไทยว่าเกิดวันอะไร เกือบทุกคนตอบได้ทันที และส่วนใหญ่ก็บอกสีประจำวันของตัวเองได้ด้วย แต่ถ้าถามต่อว่าตารางนี้มาจากไหน คนที่ตอบได้กลับมีไม่มาก

เป็นความเชื่อและวัฒนธรรม ไม่ใช่คำพยากรณ์ — อ่านเพื่อความบันเทิงและเพื่อรู้ที่มา

สีประจำวันเกิดมาจากไหน

สีประจำวันของไทยไม่ได้มาจากความชอบหรือจากการตกลงกันทีหลัง แต่มาจากคติเรื่องพระเคราะห์ประจำวัน ซึ่งไทยรับมาจากโหราศาสตร์อินเดียแล้วปรับให้เข้ากับคติพุทธ แต่ละวันมีพระเคราะห์ประจำอยู่หนึ่งองค์ และแต่ละองค์มีสีของตัวเอง วันอาทิตย์เป็นของพระอาทิตย์จึงเป็นสีแดง วันจันทร์เป็นของพระจันทร์จึงเป็นสีเหลืองนวล ไล่ไปจนครบสัปดาห์

สิ่งที่ทำให้ตารางไทยต่างจากชาติอื่นคือเรามีแปดวัน ไม่ใช่เจ็ด เพราะวันพุธถูกแบ่งเป็นพุธกลางวันกับพุธกลางคืน โดยถือเวลาพระอาทิตย์ตกเป็นเส้นแบ่ง พุธกลางคืนไม่ได้เป็นของพระพุธ แต่เป็นของพระราหู ซึ่งเป็นคนละองค์และคนละสีกันชัดเจน นี่คือเหตุผลที่พระประจำวันเกิดในวัดไทยมีแปดปาง ไม่ใช่เจ็ดปาง

คนที่เกิดวันพุธกลางคืนจึงมักงงเวลาไปเปิดตารางตามเว็บทั่วไป เพราะตารางส่วนใหญ่มีแค่เจ็ดวันแล้วเหมาเอาว่าพุธคือพุธ ตารางในหน้านี้แยกไว้ครบทั้งแปด

ตารางสีประจำวันเกิด ครบทั้ง 8 วัน

วันเกิดสีมงคลสีที่ควรเลี่ยง
วันอาทิตย์พระอาทิตย์ · ปางถวายเนตรสีแดงสีฟ้าบางตำราว่าสีน้ำเงิน
วันจันทร์พระจันทร์ · ปางห้ามสมุทรสีเหลืองบางตำราว่าสีขาวนวลสีแดง
วันอังคารพระอังคาร · ปางไสยาสน์สีชมพูสีเหลืองบางตำราว่าสีขาวนวล
วันพุธ กลางวันพระพุธ · ปางอุ้มบาตรสีเขียวสีชมพู
วันพุธ กลางคืนพระราหู · ปางป่าเลไลยก์สีเทาเข้มบางตำราว่าสีดำสีส้มบางตำราว่าสีเหลือง
วันพฤหัสบดีพระพฤหัสบดี · ปางสมาธิสีส้มบางตำราว่าสีเหลืองสีม่วงบางตำราว่าสีดำ
วันศุกร์พระศุกร์ · ปางรำพึงสีฟ้าบางตำราว่าสีน้ำเงินสีเทาเข้มบางตำราว่าสีดำ
วันเสาร์พระเสาร์ · ปางนาคปรกสีม่วงบางตำราว่าสีดำสีเขียว

สีกาลกิณีในตารางนี้คำนวณจากวงจรทักษาโดยตรง ไม่ได้คัดลอกมาจากที่ไหน วิธีคำนวณอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป

สีกาลกิณีคำนวณอย่างไร

กาลกิณีไม่ใช่ตารางที่ต้องท่องจำ แต่คำนวณได้จากตำราทักษาปกรณ์ ซึ่งเป็นตำราเดียวกับที่หมอดูใช้ตั้งชื่อคนไทยมาแต่โบราณ หลักของมันคือเรียงพระเคราะห์แปดองค์เป็นวงกลม แล้วเริ่มนับจากพระเคราะห์ประจำวันเกิดของเรา ตำแหน่งที่นับได้มีชื่อเรียงกันแปดชื่อ และตำแหน่งสุดท้ายชื่อกาลกิณี

ลำดับในวงจรนี้ไม่เหมือนลำดับวันในสัปดาห์ที่เราคุ้นเคย เสาร์อยู่ก่อนพฤหัสบดี และราหูแทรกอยู่ก่อนศุกร์ ซึ่งเป็นลำดับเฉพาะของตำรานี้

อาทิตย์จันทร์อังคารพุธ (กลางวัน)เสาร์พฤหัสบดีพุธ (กลางคืน)ศุกร์

ลองนับให้ดูด้วยคนเกิดวันจันทร์ เริ่มจากพระจันทร์เป็นบริวาร แล้วเดินตามวงจรไปทีละช่อง จะได้ครบแปดตำแหน่งดังนี้

  1. บริวารพระจันทร์คนรอบตัวและผู้ที่อยู่ในความดูแล
  2. อายุพระอังคารสุขภาพและการดำเนินชีวิต
  3. เดชพระพุธอำนาจ ชื่อเสียง และการเป็นที่ยอมรับ
  4. ศรีพระเสาร์เสน่ห์ ทรัพย์สิน และสิ่งที่เข้ามาเอง
  5. มูละพระพฤหัสบดีฐานที่มั่นและหลักทรัพย์ตั้งต้น
  6. อุตสาหะพระราหูความพยายามและผลของการลงแรง
  7. มนตรีพระศุกร์ผู้ใหญ่และคนที่คอยสนับสนุน
  8. กาลกิณีพระอาทิตย์ตำแหน่งที่ตำราให้เลี่ยง

ตำแหน่งสุดท้ายตกที่พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นสีสีแดงคนวันจันทร์จึงเลี่ยงสีนั้น และเพราะเป็นการนับครบวง ผลจึงเท่ากับ “องค์ที่อยู่ก่อนหน้าวันเกิดของเราหนึ่งช่อง” เสมอ ใครจำลำดับวงจรได้ก็หาสีกาลกิณีของตัวเองได้เองโดยไม่ต้องเปิดตาราง

เอาไปใช้จริงอย่างไร

ข้อแรก อย่าใช้ทุกวัน คนไทยที่ยึดสีประจำวันเกิดทุกวันมีน้อยมาก และตำราเองก็ไม่ได้เรียกร้องขนาดนั้น สีประจำวันเกิดถูกหยิบมาใช้ในวันที่มีเรื่องสำคัญ เช่น วันสัมภาษณ์ วันเซ็นสัญญา วันไปเจอผู้ใหญ่ หรือวันงานมงคล ใช้เฉพาะวันแบบนั้นแล้วมันจะยังรู้สึกพิเศษอยู่

ข้อสอง แยกให้ออกระหว่างสีประจำวันเกิดกับสีเสื้อประจำวัน สีประจำวันเกิดเป็นของติดตัวไม่เปลี่ยน ส่วนสีเสื้อประจำวันคือสีของวันที่กำลังจะถึง ซึ่งเป็นคนละเรื่องและใช้คนละโอกาส วันจันทร์คนไทยใส่เหลืองกันทั้งประเทศ ไม่ได้แปลว่าทุกคนเกิดวันจันทร์

ข้อสาม ถ้าเลี่ยงสีกาลกิณีไม่ได้ก็ไม่ต้องเครียด หลายคนมีชุดยูนิฟอร์มที่เลือกไม่ได้ วิธีที่คนไทยใช้กันคือให้สีมงคลของตัวเองไปอยู่ในของที่พกติดตัวแทน กระเป๋า สายนาฬิกา หรือของเล็ก ๆ สักชิ้นในกระเป๋าก็ถือว่าใช้ได้

ข้อสี่ ตำราทักษายังมีเรื่องกำลังวันของพระเคราะห์แต่ละองค์ ซึ่งใช้นับจำนวนดอกไม้ธูปเทียนตอนบูชาพระประจำวันเกิด เว็บนี้ไม่ไล่ตัวเลขให้ เพราะตัวเลขที่โผล่ในหน้าดูดวงของเว็บไทย คนอ่านจำนวนหนึ่งจะอ่านเป็นเลขใบ้เสมอไม่ว่าเราจะเขียนกำกับไว้ว่าอะไร ถ้าอยากรู้จริง ๆ ถามที่วัดได้โดยตรง ท่านบอกให้ได้ทุกวัด

คำถามที่พบบ่อย

เกิดวันพุธตอนเย็น นับเป็นพุธกลางวันหรือกลางคืน

ตำราไทยถือเวลาพระอาทิตย์ตกเป็นเส้นแบ่ง คือราวหกโมงเย็น เกิดก่อนนั้นนับเป็นพุธกลางวัน หลังจากนั้นถือเป็นพุธกลางคืนซึ่งเป็นองค์พระราหู คนละองค์กันและสีคนละสี ถ้าไม่แน่ใจเวลาเกิดจริง ให้ถามที่บ้านหรือดูในสูติบัตร

ทำไมตารางสีกาลกิณีของแต่ละเว็บไม่ตรงกัน

ที่ไม่ตรงกันมักมีสองวันคือวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ต้นเหตุไม่ใช่ตารางคนละตาราง แต่เป็นเพราะพระจันทร์มีทั้งตำราที่ให้สีเหลืองและตำราที่ให้สีขาวนวล ส่วนพระเสาร์มีทั้งสีม่วงและสีดำ พอสีของพระเคราะห์เรียกคนละชื่อ สีกาลกิณีที่ได้จึงเรียกคนละชื่อตามไปด้วย ทั้งที่หมายถึงองค์เดียวกัน

ต้องใส่สีประจำวันเกิดทุกวันไหม

ไม่ ตำราไม่ได้บังคับ และคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้น สีประจำวันเกิดมักถูกหยิบมาใช้ในวันที่มีเรื่องสำคัญ เช่น วันสัมภาษณ์งาน วันเซ็นสัญญา หรือวันไปงานมงคล ส่วนวันธรรมดาคนนิยมใส่สีประจำวันนั้น ๆ มากกว่าสีประจำวันเกิดของตัวเอง

สีประจำวันเกิด กับสีเสื้อประจำวัน ต่างกันอย่างไร

ต่างกัน สีประจำวันเกิดเป็นของติดตัวไม่เปลี่ยนตลอดชีวิต ส่วนสีเสื้อประจำวันคือสีของวันที่กำลังจะถึง เช่น วันจันทร์คนนิยมใส่เหลืองกันทั้งประเทศไม่ว่าจะเกิดวันไหน สองอย่างนี้ใช้คนละโอกาส และไม่ได้ขัดกัน

เลี่ยงสีกาลกิณีไม่ได้จริง ๆ ต้องทำอย่างไร

ตำราไม่ได้ถือว่าเป็นข้อห้ามเด็ดขาด และในชีวิตจริงหลายคนมีชุดยูนิฟอร์มที่เลือกไม่ได้ วิธีที่คนไทยใช้กันคือให้สีมงคลของตัวเองอยู่ในของที่พกติดตัวแทน เช่น กระเป๋า สายนาฬิกา หรือของเล็ก ๆ ในกระเป๋า ซึ่งถือว่าใช้ได้เหมือนกัน

อ่านต่อ

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ