ใครเป็นใคร

พระพุงพลุ้ยสององค์ที่คนไทยมักสลับกัน

องค์ที่คุณกำลังไหว้อยู่ อาจไม่ใช่องค์ที่คุณคิด — และทั้งสององค์ก็มีจริงทั้งคู่

พระสังกัจจายน์
พระสังกัจจายน์

พระมหากัจจายนะเป็นหนึ่งในพระอสีติมหาสาวก ตำราบรรยายว่าท่านรูปงาม ผิวเหลืองดุจทอง และทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางอธิบายความย่อให้พิสดาร คือเก่งในการเอาเรื่องที่พระพุทธองค์ตรัสไว้สั้น ๆ มาขยายให้คนทั่วไปเข้าใจ

ในไทยท่านถูกสร้างเป็นรูปพระพุงพลุ้ย เกศาม้วนเป็นก้นหอย ห่มจีวรแบบเถรวาท และเรียกกันติดปากว่าพระสังกัจจายน์

ที่คนสับสนคือมีอีกองค์หนึ่งหน้าตาคล้ายกันคือพระปู้ไต้ ซึ่งเป็นคติจีน พุงพลุ้ยและยิ้มกว้างเช่นกัน แต่เป็นคนละองค์กันคนละสายกัน จุดที่ดูออกคือจีวรกับเกศา องค์ไทยห่มจีวรและมีเกศาก้นหอย ส่วนองค์จีนหน้าตาและเครื่องแต่งกายต่างออกไป

ที่สับสนกันง่ายเพราะทั้งสององค์อยู่ในบ้านคนไทยพอ ๆ กัน พระสังกัจจายน์อยู่ในกลุ่มสามพระอรหันต์ที่คนค้าขายตั้งไว้หน้าร้าน ส่วนพระปู้ไต้มากับร้านค้าและของตกแต่งสายจีนซึ่งอยู่ในไทยมานานไม่แพ้กัน

ข้อที่ควรรู้อีกอย่างคือตำราบรรยายพระมหากัจจายนะว่ารูปงาม แต่รูปที่สร้างในไทยกลับเป็นพุงพลุ้ย มีเรื่องเล่าอธิบายช่องว่างนี้อยู่หลายสำนวน แต่ยังหาต้นทางที่ยืนยันได้ไม่เจอ จึงบอกไว้แค่ว่ามีช่องว่างนั้นอยู่จริง ดีกว่าเล่าสำนวนที่ตรวจไม่ได้

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

พระอสีติมหาสาวก
พระสาวกผู้ใหญ่แปดสิบรูปของพระพุทธเจ้า
จีวร
ผ้าที่พระห่ม เป็นจุดที่ใช้แยกพระไทยกับรูปเคารพสายจีนได้
เกศาก้นหอย
ผมที่ขมวดเป็นก้นหอย เป็นลักษณะที่พบในพระพุทธรูปและพระสาวกแบบไทย

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

ครั้งหน้าที่เจอพระพุงพลุ้ย ลองดูที่จีวรกับเกศาก่อน จะรู้ว่ากำลังดูองค์ไหนอยู่ ทั้งสององค์เป็นที่นับถือจริงทั้งคู่ ไม่มีองค์ไหนผิด แค่คนละสายเท่านั้น

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

อ่านต่อ

ที่มา: ธรรมะไทย · วิกิพีเดียไทย · ศิลปวัฒนธรรม

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ