ของที่เห็นทุกวัน
ยักษ์หน้าประตูวัด เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามมาก่อน
ตัวที่ยืนถือกระบองเฝ้าประตูอยู่นั้น ในเรื่องเดิมเขาอยู่ฝ่ายที่แพ้
ของที่เห็นทุกวัน
ตัวที่ยืนถือกระบองเฝ้าประตูอยู่นั้น ในเรื่องเดิมเขาอยู่ฝ่ายที่แพ้

ยักษ์ในคติไทยไม่ใช่คนและไม่ใช่เทวดา เป็นอมนุษย์อีกพวกหนึ่ง บางทีเรียกอสูรหรือรากษส คนไทยรู้จักยักษ์กันครั้งแรกจากรามเกียรติ์ โดยเฉพาะทศกัณฐ์ซึ่งเป็นฝ่ายที่รบกับพระราม
ตัวที่ยืนเฝ้าประตูโบสถ์เรียกว่าทวารบาล แปลตรงตัวว่าผู้รักษาประตู ยืนถือกระบองค้ำพื้น หน้าที่คือกันไม่ให้สิ่งรบกวนเข้ามา และคุ้มครองคนที่เข้าไปนั่งปฏิบัติข้างใน
จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ ยักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่นั้นตามเรื่องเดิมเคยเป็นฝ่ายตรงข้าม เมื่อแพ้หรือกลับใจแล้วจึงเข้ามาอยู่ในฝ่ายเดียวกัน และได้หน้าที่เฝ้าประตู ผู้ที่เคยบุกเข้ามาจึงกลายเป็นผู้ที่ยืนกันคนอื่นไม่ให้บุก
คตินี้ไปด้วยกันกับท้าวเวสสุวรรณซึ่งเป็นอธิบดีของเหล่ายักษ์ และเป็นท้าวจตุโลกบาลผู้รักษาโลกด้านทิศเหนือ พูดอีกอย่างคือในคติไทย ยักษ์ไม่ได้เท่ากับผู้ร้าย แต่เป็นกำลังที่แรง ซึ่งจะเป็นคุณหรือโทษขึ้นอยู่กับว่าอยู่ข้างไหน
ท้าวจตุโลกบาลประจำทิศเหนือ อธิบดีแห่งยักษ์ ทางพราหมณ์เรียกท้าวกุเวร
อ่านทุกเรื่องที่มีท้าวเวสสุวรรณ (3 เรื่อง) →ครั้งหน้าที่เดินผ่านยักษ์หน้าประตู ลองดูว่าเขาหันหน้าไปทางไหน เขาไม่ได้หันเข้าหาองค์พระ แต่หันออกไปทางที่คนเดินเข้ามา เพราะหน้าที่ของเขาคือมองออก ไม่ใช่มองเข้า
ที่มา: สยามรัฐ (ทวารบาล) · ศิลปวัฒนธรรม
เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ