เหตุการณ์
พิธีที่เรียกสิ่งที่หายไปให้กลับเข้าตัว
กรวยใบตองซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มีไข่ต้มปักอยู่บนยอด ทุกส่วนของมันมีชื่อและมีเหตุผล รวมทั้งจำนวนชั้นที่เป็นเลขคี่เสมอ
เหตุการณ์
กรวยใบตองซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มีไข่ต้มปักอยู่บนยอด ทุกส่วนของมันมีชื่อและมีเหตุผล รวมทั้งจำนวนชั้นที่เป็นเลขคี่เสมอ
คำว่าบายศรีมาจากสองภาษามารวมกัน บายเป็นคำเขมรแปลว่าข้าว ส่วนศรีเป็นคำสันสกฤตแปลว่าสิริมงคล รวมแล้วได้ความว่าข้าวขวัญ ชื่อจึงบอกอยู่แล้วว่าของชิ้นนี้ตั้งต้นมาจากข้าว ไม่ได้ตั้งต้นมาจากดอกไม้
ตัวบายศรีทำจากใบตองพับเป็นกรวย ซ้อนกันเป็นชั้นเล็กลงไปหายอด มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน แต่ละชั้นใส่อาหาร ขนม ดอกไม้ ธูปเทียนไว้ และบนยอดสุดปักไข่ต้มไว้หนึ่งฟอง เรียกว่าไข่ขวัญ จำนวนชั้นเป็นเลขคี่เสมอ คือสาม ห้า เจ็ด หรือเก้า เหตุผลที่ตำราให้ไว้คือนำคติเรื่องฉัตรมาใช้ ซึ่งนับเป็นชั้นคี่
สิ่งที่พิธีนี้ทำจริง ๆ คือเรียกขวัญ ขวัญในคติไทย-ลาวคือสิ่งที่อยู่ประจำตัวคน และเชื่อกันว่าตกใจแรง ๆ แล้วขวัญหนีออกจากตัวได้ คนที่เพิ่งรอดจากอุบัติเหตุ เพิ่งหายป่วย เพิ่งกลับจากที่ไกล หรือกำลังจะเริ่มชีวิตใหม่อย่างงานแต่ง จึงเป็นคนที่ถูกเรียกขวัญ คำที่หมอขวัญกล่าวก็ตรงตัวมาก คือเรียกให้ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
ปลายทางของพิธีคือการผูกข้อมือด้วยด้ายขาว ด้ายนั้นพันรอบบายศรีไว้ก่อน แล้วจึงดึงออกมาผูกให้ทีละคน คนที่มาร่วมงานเดินเข้ามาผูกต่อกันเรื่อย ๆ จนข้อมือเต็มไปด้วยด้าย ตรงนี้เป็นส่วนที่คนจำได้มากที่สุด และมีเรื่องของตัวเองอยู่ต่างหาก
ข้อที่ต้องแยกให้ชัดคือบายศรีสู่ขวัญไม่ใช่พิธีทางพุทธ เป็นคติผีที่มีมาก่อน แล้วรับคำและรูปแบบจากฝ่ายพราหมณ์เข้ามา จนทุกวันนี้จัดคู่กับงานบุญได้โดยไม่มีใครรู้สึกว่าขัดกัน แต่ตัวความคิดเรื่องขวัญที่หนีออกจากตัวได้นั้น ไม่ได้มาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า
ผู้นำพิธีสู่ขวัญในคติไทย-ลาว คนที่กล่าวคำเรียกขวัญให้กลับเข้าตัว
ถ้าได้ไปงานสู่ขวัญ ลองนับชั้นของบายศรีดู จะได้เลขคี่เสมอ และจะเห็นไข่ต้มปักอยู่บนยอดทุกครั้ง สองอย่างนี้เป็นสองอย่างที่ขาดไม่ได้ ต่อให้ย่อพิธีให้สั้นแค่ไหนก็ตาม
ที่มา: วิกิพีเดีย (พิธีบายศรีสู่ขวัญ) · ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร มมส (บายศรี เครื่องใช้ในพิธีกรรม) · สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ