ประเพณีชักพระ 2569 ตรงกับวันไหน
ชักพระ ลากพระ วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569วันออกพรรษา วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังออกพรรษา ภาคกลางตักบาตรเทโว แต่ทางภาคใต้คนทั้งหมู่บ้านออกมาจับเชือกเส้นเดียวกัน แล้วลากพระพุทธรูปไปตามถนนและแม่น้ำ
ชักพระ ลากพระ วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569วันออกพรรษา วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังออกพรรษา ภาคกลางตักบาตรเทโว แต่ทางภาคใต้คนทั้งหมู่บ้านออกมาจับเชือกเส้นเดียวกัน แล้วลากพระพุทธรูปไปตามถนนและแม่น้ำ
ชักพระหรือลากพระเป็นประเพณีของชาวพุทธภาคใต้ ทำในวันแรมหนึ่งค่ำ เดือนสิบเอ็ดชาวบ้านอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนเรือพระที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แล้วช่วยกันดึงเชือกลากไปรอบชุมชน ทางบกใช้ล้อเลื่อน ทางน้ำใช้เรือจริง
ที่มาเป็นเหตุการณ์เดียวกับตักบาตรเทโวคือวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจำพรรษาโปรดพุทธมารดา เรื่องเล่าว่าชาวเมืองดีใจจนอัญเชิญพระองค์ขึ้นประทับบนบุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง การลากพระจึงเป็นการจำลองขบวนรับเสด็จครั้งนั้น
เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีในภาคใต้มาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และทุกวันนี้ยังทำกันแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ หลายที่จัดประกวดเรือพระ บางถิ่นมีทั้งลากทางบกและทางน้ำในงานเดียวกัน
| เรือพระ | พาหนะที่ตกแต่งเป็นรูปเรือสำหรับอัญเชิญพระพุทธรูป ถ้าลากทางน้ำใช้เรือจริง เรียกเรือพระน้ำ ถ้าลากทางบกใช้รถหรือล้อเลื่อนแต่งเป็นเรือ เรียกเรือพระบก |
|---|---|
| นมพระ | คำภาคใต้เรียกบุษบกที่ตั้งพระพุทธรูปบนเรือพระ ยอดบุษบกเรียกยอดนม |
| พระลาก | พระพุทธรูปที่อัญเชิญขึ้นเรือพระ นิยมใช้ปางอุ้มบาตร ตามภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงมารับบาตร |
| คุมพระ | การตีโพน ฆ้อง ประโคมที่วัดทั้งกลางวันกลางคืนช่วงก่อนวันลากพระ ให้คนในละแวกรู้ว่างานใกล้มาแล้ว |
| แทงต้ม | การห่อขนมต้มกันในบ้าน คำว่าแทงมาจากท่าสอดใบพ้อพันข้าวให้เป็นรูปสามเหลี่ยม |
| ตักบาตรหน้าล้อ | การตักบาตรตอนเช้าตรู่หน้าเรือพระก่อนออกลาก |
ขนมที่ขาดไม่ได้ของงานนี้คือต้ม ข้าวเหนียวผัดกะทิห่อด้วยใบพ้อ พันเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้ม ก่อนวันงานหลายวัน บ้านทางใต้จะนั่งแทงต้มกันทั้งครอบครัว เพื่อนำไปตักบาตรและแจกญาติ
ต้มคือขนมชนิดเดียวกับข้าวต้มลูกโยนของภาคกลางในความหมาย เรื่องเล่าเดียวกันว่าคนที่รอรับเสด็จมีมากจนเข้าไปใกล้ไม่ได้ จึงห่อข้าวแล้วโยนลงบาตร ต่างกันแค่ใบที่ใช้ห่อและรูปทรงที่แต่ละภาคถนัด
บางถิ่นยังมีการเล่นซัดต้ม คือโยนขนมต้มใส่กันอย่างสนุกสนานหลังพิธี เป็นการเล่นที่ผูกกับเรื่องเล่าเดียวกันเรื่องการโยนข้าวลงบาตร
ข้อแรก ช่วงก่อนวันงาน วัดตีโพนประโคมที่เรียกว่าคุมพระ และช่างในชุมชนช่วยกันตกแต่งเรือพระ ส่วนชาวบ้านแทงต้มเตรียมไว้
ข้อสอง เช้าตรู่วันงาน ชาวบ้านมาตักบาตรหน้าเรือพระ เรียกว่าตักบาตรหน้าล้อ แล้วพระสงฆ์อัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนนมพระ
ข้อสาม ลากพระ ใช้เชือกยาวผูกหัวเรือพระ หลายถิ่นแยกเป็นสายผู้ชายกับสายผู้หญิง มีเสียงโพนและฆ้องตีให้จังหวะ ผู้ที่ผ่านมาร่วมจับเชือกได้ทุกคน ไม่ต้องเป็นคนในหมู่บ้าน
ข้อสี่ ถ้าไปเที่ยวชมจากต่างถิ่น ให้ไปแต่เช้าและแต่งกายสุภาพ เส้นทางลากพระปิดถนนบางช่วง และริมน้ำจะแน่นมากในจุดที่มีเรือพระหลายลำมาพบกัน
ประเพณีชักพระหรือลากพระ พ.ศ. 2569 ตรงกับวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 คือแรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ด วันรุ่งขึ้นหลังวันออกพรรษาซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม
เป็นงานเดียวกัน บางถิ่นเรียกชักพระ บางถิ่นเรียกลากพระ หมายถึงการอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นเรือพระแล้วช่วยกันดึงเชือกลากไปตามถนนหรือตามแม่น้ำ
ตรงกับวันรุ่งขึ้นหลังออกพรรษา คือแรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ด ซึ่งเป็นวันเดียวกับตักบาตรเทโวของภาคกลาง ช่วงก่อนหน้าคือวันออกพรรษาจะมีการคุมพระ ตีโพนประโคมที่วัด และชาวบ้านแทงต้มเตรียมไว้
เป็นขนมชนิดเดียวกันในความหมาย คือข้าวเหนียวห่อใบไว้ใส่บาตรในวันที่รำลึกถึงการเสด็จลงจากสวรรค์ ต่างกันที่ใบห่อและรูปทรง ต้มของภาคใต้ห่อด้วยใบพ้อเป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนข้าวต้มลูกโยนของภาคกลางห่อใบมะพร้าวหรือใบลานและไว้หางยาว
หลายถิ่นแยกเชือกเป็นสายผู้ชายกับสายผู้หญิง ให้ทุกคนได้ร่วมลากโดยไม่ต้องเบียดกัน และเชื่อกันว่าการได้จับเชือกลากพระสักครั้งคือได้ร่วมบุญ แม้จะลากเพียงไม่กี่ก้าว
แต่ละจังหวัดและแต่ละวัดในภาคใต้จัดงานต่างกันในรายละเอียด