ผีตาโขน บุญหลวงด่านซ้าย
ช่วงงาน เดือนแปด ราวมิถุนายนถึงกรกฎาคมวันงาน เจ้าพ่อกวนเป็นผู้กำหนดทุกปี
หน้ากากจมูกยาวสีสดที่คนทั้งประเทศจำได้ ทำจากของในครัวสองอย่าง และเริ่มต้นจากเรื่องของผีป่าที่ไม่อยากให้เจ้าชายองค์หนึ่งจากไป
ช่วงงาน เดือนแปด ราวมิถุนายนถึงกรกฎาคมวันงาน เจ้าพ่อกวนเป็นผู้กำหนดทุกปี
หน้ากากจมูกยาวสีสดที่คนทั้งประเทศจำได้ ทำจากของในครัวสองอย่าง และเริ่มต้นจากเรื่องของผีป่าที่ไม่อยากให้เจ้าชายองค์หนึ่งจากไป
ผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญหลวงที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ชาวไทด่านรวมบุญหลายเดือนมาจัดในงานเดียว คือบุญพระเวสหรือการฟังเทศน์มหาชาติ บุญบั้งไฟขอฝน และการละเล่นผีตาโขน
วันงานไม่ได้ตั้งจากปฏิทิน แต่เจ้าพ่อกวนผู้นำทางความเชื่อของชุมชนเป็นผู้กำหนดในแต่ละปี ตามพิธีที่ชุมชนสืบทอดกันมา ส่วนใหญ่ตกในเดือนแปด ราวมิถุนายนถึงกรกฎาคม
เรื่องเริ่มจากเวสสันดรชาดก พระชาติสุดท้ายก่อนเป็นพระพุทธเจ้า พระเวสสันดรถูกเนรเทศไปอยู่ในป่าหลายปี จนวันที่ชาวเมืองมาทูลเชิญกลับ
ภูตผีและสัตว์ป่าที่อยู่กับพระองค์มาตลอดผูกพันจนไม่อยากให้จากไป จึงแฝงตัวตามขบวนมาส่งถึงเมือง คนเห็นผีตามคนมาในขบวน คำว่าผีตามคนกลายเสียงเป็นผีตาขน และเป็นผีตาโขนอย่างที่เรียกกันทุกวันนี้
ในงานจริง ผีตาโขนจึงเต้นนำหน้าขบวนแห่พระเวส ก่อนพิธีฟังเทศน์มหาชาติในวันสุดท้าย ความสนุกของการละเล่นกับความตั้งใจฟังเทศน์อยู่ในงานเดียวกันแบบนี้มาช้านาน
ส่วนหัวทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวที่แกะเป็นหน้าและต่อจมูกยาว แล้วทาสีลวดลายสด ๆ ชุดเย็บจากผ้าหลายสีต่อกัน และผูกกระดิ่งไว้ที่เอวให้ดังตามจังหวะเต้น
ผีตาโขนแบ่งเป็นสองแบบ ผีตาโขนใหญ่มีเพียงคู่เดียวคือชายกับหญิง สานจากไม้ไผ่ตัวสูงกว่าคนมาก ทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตตามธรรมเนียม ส่วนผีตาโขนเล็กคือที่ชาวบ้านสวมกันเต็มขบวน
ผีตาโขนหลายตัวถือไม้แกะที่เป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ ผูกกับการขอฝนขอผลผลิตในบุญเดียวกัน คนต่างถิ่นมักตกใจ แต่ชาวบ้านถือเป็นเรื่องขำขันและเป็นส่วนหนึ่งของงานมาแต่เดิม
ไม่มีวันตายตัว เจ้าพ่อกวนซึ่งเป็นผู้นำทางความเชื่อของชุมชนด่านซ้ายเป็นผู้กำหนดวันงานในแต่ละปี ส่วนใหญ่อยู่ในเดือนแปดของไทย ราวมิถุนายนถึงกรกฎาคม ให้ดูประกาศของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในปีนั้น
มาจากเวสสันดรชาดก เล่าว่าเมื่อพระเวสสันดรเสด็จกลับเมืองหลังจากไปอยู่ป่า ภูตผีและสัตว์ในป่าที่ผูกพันกับพระองค์ตามมาส่งด้วยความอาลัย คำว่าผีตามคนกลายเสียงมาเป็นผีตาขนและผีตาโขนในที่สุด
ส่วนหัวทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวที่แกะเป็นหน้าและจมูกยาว แล้วทาสีลวดลายสดใส ชุดทำจากผ้าหลายสีเย็บต่อกัน และผูกกระดิ่งไว้ที่เอวให้มีเสียงเวลาเต้น
ผีตาโขนใหญ่มีเพียงคู่เดียวคือชายกับหญิง ตัวสูงกว่าคนมาก สานจากไม้ไผ่ และทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตตามธรรมเนียมของชุมชน ส่วนผีตาโขนเล็กคือที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสวมกันเต็มขบวน ใครจะทำก็ได้