การพบกัน

คาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูป

เพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียว

ก่อนบวช พระสารีบุตรชื่ออุปติสสะ พระโมคคัลลานะชื่อโกลิตะ ทั้งสองเป็นลูกพราหมณ์ในหมู่บ้านใกล้กรุงราชคฤห์ และเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งขณะดูมหรสพบนยอดเขา ทั้งคู่รู้สึกขึ้นมาพร้อมกันว่า คนที่หัวเราะอยู่ตรงหน้าทุกคนจะต้องตายหมดในวันหนึ่ง แล้วความสนุกนี้มีไว้ทำไม

ทั้งสองจึงออกบวชเป็นศิษย์ของสัญชัย เจ้าลัทธิที่มีชื่อในเมืองนั้น เรียนจนหมดสิ่งที่อาจารย์สอนได้ แต่ยังไม่เจอสิ่งที่ตามหา จึงแยกกันออกไปหา และสัญญากันไว้ว่า ใครพบทางที่ไม่ตายก่อน ต้องกลับมาบอกอีกคน

เช้าวันหนึ่งอุปติสสะเห็นพระอัสสชิ หนึ่งในพระห้ารูปแรก เดินบิณฑบาตด้วยท่าทีสงบจนต้องเดินตาม รอจนท่านฉันเสร็จแล้วจึงถามว่าใครเป็นศาสดา และสอนว่าอย่างไร พระอัสสชิตอบว่าตนเพิ่งบวชไม่นาน สอนได้เพียงย่อ ๆ แล้วกล่าวคาถาบทเดียว เย ธัมมา เหตุปปภวา เตสัง เหตุง ตถาคโต อาหะ เตสัญจะ โย นิโรโธ เอวังวาที มหาสมโณ

คาถานั้นแปลว่า ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุของธรรมเหล่านั้น และความดับของธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสอย่างนี้ อุปติสสะได้ฟังเพียงเท่านั้นก็บรรลุโสดาบัน แล้วรีบกลับไปบอกโกลิตะตามสัญญา โกลิตะได้ฟังคาถาเดียวกันก็บรรลุเช่นกัน ทั้งสองพาศิษย์ของสัญชัยจำนวนมากไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เวฬุวัน และได้เป็นอัครสาวกซ้ายขวาในเวลาต่อมา

คาถาบทนี้เดินทางไกลกว่าที่พระอัสสชิคงคิดไว้ ในเมืองไทยพบจารึกคาถาเย ธัมมาในโบราณวัตถุสมัยทวารวดีหลายชิ้น ทั้งบนแผ่นหินและพระพิมพ์ดินเผา นักโบราณคดีเห็นว่าเป็นคาถาที่คนสมัยนั้นใช้เป็นหัวใจของคำสอนทั้งหมด

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

อัครสาวก
สาวกผู้เป็นเลิศสองรูป คือพระสารีบุตรผู้เลิศทางปัญญา และพระมหาโมคคัลลานะผู้เลิศทางฤทธิ์
พระอัสสชิ
หนึ่งในปัญจวัคคีย์ พระสงฆ์ห้ารูปแรกที่ฟังธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า
โสดาบัน
ผู้บรรลุธรรมขั้นแรกในสี่ขั้น
ทวารวดี
วัฒนธรรมโบราณในภาคกลางของไทย ก่อนสมัยสุโขทัย

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

ถ้าจะจำคาถาไว้สักบท บทนี้สั้นและบอกหลักได้ครบ ทุกอย่างมีเหตุ และดับได้ที่เหตุ ส่วนเรื่องของสองสหายบอกอีกอย่างหนึ่ง คือเจอของดีแล้วอย่าเก็บไว้คนเดียว พระสารีบุตรนับถือพระอัสสชิเป็นอาจารย์ไปตลอดชีวิต ทั้งที่ท่านสอนเพียงบทเดียว

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเองถอดรองเท้าตอนใส่บาตร แล้วขึ้นไปยืนบนรองเท้าข้อปฏิบัติตอนใส่บาตรตอนเช้าที่คนทำตามกันจนเป็นนิสัย พอดูเหตุผลจริงแล้ว บางข้อก็ทำกันผิดจุด

อ่านต่อ

ที่มา: พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ (สารีบุตรโมคคัลลานบรรพชา) · อรรถกถามหาวรรค (84000.org) · มติชนสุดสัปดาห์ เพ็ญสุภา สุขคตะ (คาถาเย ธัมมา ในทวารวดี)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ