เหตุการณ์

พระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้

อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปาก

เรื่องนี้มาจากอุลลัมพนสูตร พระสูตรของฝ่ายมหายานที่แพร่หลายในจีน ไม่อยู่ในพระไตรปิฎกบาลีที่ไทยใช้ แต่เป็นที่มาฝั่งพุทธของวันสารทจีน และคนไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดี จึงเล่าไว้ตรงนี้พร้อมบอกที่มาให้ชัด

พระมหาโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกผู้เป็นเลิศทางฤทธิ์ หลังบรรลุธรรมแล้ว ท่านใช้ทิพยจักษุตามหามารดาที่ล่วงลับไป และพบว่ามารดาไปเกิดเป็นเปรตผู้หิวโหย ร่างผอมจนเหลือแต่กระดูก

ท่านนำข้าวใส่บาตรส่งไปให้ด้วยฤทธิ์ แต่ข้าวทุกคำกลายเป็นถ่านไฟลุกก่อนถึงปาก ท่านจึงกลับมาทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสว่ากรรมของมารดาหนักเกินกว่าฤทธิ์ของผู้ใดผู้หนึ่งจะช่วยได้ ต้องอาศัยบุญที่ถวายแก่หมู่สงฆ์ทั้งหมด

พระพุทธองค์ทรงแนะให้ถวายภัตตาหารและเครื่องใช้แด่สงฆ์ในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนเจ็ด ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์ออกจากการจำพรรษาตามปฏิทินจีน แล้วอุทิศบุญนั้นให้มารดา มารดาจึงพ้นจากความหิวโหย และวันนั้นกลายเป็นวันทำบุญให้ผู้ล่วงลับของชาวพุทธจีนมาจนทุกวันนี้

ฝั่งเถรวาทของไทยมีเรื่องคู่ขนานที่ความหมายตรงกันพอดี คือเรื่องพระเจ้าพิมพิสารได้ยินเสียงญาติที่เป็นเปรตร้องทั้งคืน จนพระพุทธองค์ทรงแนะให้ทำบุญแล้วอุทิศไปให้ ซึ่งเป็นที่มาของการกรวดน้ำ สองเรื่องมาจากคนละสาย แต่บอกสิ่งเดียวกันว่าบุญที่ตั้งใจส่งให้ใคร ก็ต้องบอกว่าให้ใคร

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

อุลลัมพนะ
ชื่อพระสูตรฝ่ายมหายานที่เล่าเรื่องนี้ และเป็นชื่อพิธีทำบุญให้ผู้ล่วงลับในเดือนเจ็ดของจีน
ทิพยจักษุ
ตาทิพย์ ความสามารถมองเห็นสิ่งที่ตาธรรมดามองไม่เห็น
เปรต
ภพหนึ่งในคติพุทธ ผู้ที่อยู่ในภาวะหิวโหยขาดแคลนและรอส่วนบุญ
อัครสาวก
สาวกผู้เป็นเลิศสองรูป คือพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

วันสารทจีนที่บ้านคนไทยเชื้อสายจีนตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษและผู้ไม่มีญาติ คือวันเดียวกับที่เรื่องนี้เกิดขึ้นตามพระสูตร ถ้าไม่ได้ไหว้แบบจีน การใส่บาตรแล้วกรวดน้ำอุทิศให้คนที่จากไปก็เป็นความหมายเดียวกัน

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเองถอดรองเท้าตอนใส่บาตร แล้วขึ้นไปยืนบนรองเท้าข้อปฏิบัติตอนใส่บาตรตอนเช้าที่คนทำตามกันจนเป็นนิสัย พอดูเหตุผลจริงแล้ว บางข้อก็ทำกันผิดจุด

อ่านต่อ

ที่มา: อุลลัมพนสูตร (พระสูตรฝ่ายมหายาน ฉบับแปลจีน) · ไทยรัฐ (วันสารทจีน ความเป็นมา) · พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ติโรกุฑฑสูตร (เรื่องคู่ขนานฝั่งเถรวาท)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ