การพบกัน

อสูรที่ถือว่าตัวใหญ่กว่าจึงไม่ยอมไหว้

พระพุทธองค์ไม่ได้เถียงและไม่ได้สู้ แต่ทรงทำให้เห็นเอง

ปางไสยาสน์ หรือปางโปรดอสุรินทราหู — พระประจำวันอังคาร
ปางไสยาสน์ หรือปางโปรดอสุรินทราหู — พระประจำวันอังคาร

ครั้งประทับอยู่ที่พระเชตวันในเมืองสาวัตถี มีอสูรชื่ออสุรินทราหูซึ่งมีร่างใหญ่โตมาก ถือตัวว่าตนใหญ่กว่าจึงไม่ยอมมาเข้าเฝ้า เพราะไม่อยากต้องแหงนหน้ามองใคร

พระพุทธองค์จึงทรงเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่าอสูรนั้น แล้วประทับในท่าไสยาสน์ อสุรินทราหูที่มาถึงต้องแหงนหน้ามองอยู่ดี จึงละทิฐิแล้วยอมนอบน้อม

จุดของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ใครใหญ่กว่าใคร แต่อยู่ที่วิธี — ไม่มีการต่อสู้และไม่มีการโต้เถียง แค่ทำให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าสิ่งที่ยึดอยู่นั้นไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

พระเชตวัน
วัดที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายในเมืองสาวัตถี พระพุทธองค์ประทับที่นี่นานที่สุด
เนรมิต
การบันดาลให้เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์
ทิฐิ
ความยึดมั่นในความเห็นของตน ในที่นี้คือการถือตัวว่าตนใหญ่กว่า
ไสยาสน์
ท่านอน ปางไสยาสน์คือพระนอน

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

นี่คือปางโปรดอสุรินทราหู หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าปางไสยาสน์ พระประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคาร หน้าตาคล้ายปางปรินิพพานมากจนคนสับสนบ่อย ตัวแยกคือพระเขนยที่หนุนพระเศียร

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: ธรรมะไทย

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ