ของที่เห็นทุกวัน

สี่หน้าของพระพรหม กับสี่ข้อที่คนไทยท่องได้

ศาลที่สี่แยกราชประสงค์เป็นจุดที่คนถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเป็นจุดที่คติพราหมณ์กับคติพุทธมาทับกันพอดีโดยที่คนส่วนใหญ่ไม่ทันสังเกต

พระพรหม — มหาเทพสี่พักตร์ในคติพราหมณ์
พระพรหม — มหาเทพสี่พักตร์ในคติพราหมณ์

ศาลนี้ไม่ได้เก่าอย่างที่หลายคนคิด องค์พระพรหมตั้งขึ้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2499 นี่เอง ที่มาคือระหว่างการสร้างโรงแรมเอราวัณซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2494 เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จึงมีการปรึกษาหลวงสุวิชานแพทย์ ท่านชี้ไว้สามข้อ คือยังไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่ ฤกษ์วางศิลาฤกษ์ไม่ถูก และชื่อเอราวัณซึ่งเป็นชื่อช้างทรงของพระอินทร์เป็นชื่อใหญ่เกินกว่าจะไม่มีอะไรคู่กัน ทางออกที่เสนอคือสร้างศาลพระพรหมขึ้น องค์พระปั้นโดยนายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร

ในคติพราหมณ์ พระพรหมคือผู้สร้าง และมีสี่พักตร์หันไปสี่ทิศ คู่มือไหว้ที่แจกกันอยู่ทั่วไปจึงแบ่งว่าแต่ละพักตร์รับเรื่องต่างกัน ด้านหนึ่งเรื่องการงานการเรียน ด้านหนึ่งเรื่องโชคลาภ ด้านหนึ่งเรื่องสุขภาพและครอบครัว อีกด้านเรื่องที่อยู่อาศัยและหนี้สิน ข้อนี้เป็นธรรมเนียมที่ผู้มาไหว้ถือปฏิบัติกัน ไม่ใช่ข้อความที่มาจากคัมภีร์

แต่คำว่าพรหมในฝั่งพุทธผูกอยู่กับของอีกชุดหนึ่งที่คนไทยท่องได้ตั้งแต่เด็ก คือพรหมวิหารสี่ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา คำว่าพรหมวิหารแปลว่าธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม พูดอีกอย่างคือมันไม่ได้บอกว่าพรหมเป็นใคร แต่บอกว่าใจแบบไหนถึงเรียกว่าใจอย่างพรหม

คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงอธิบายสี่พักตร์ด้วยพรหมวิหารสี่ พักตร์ละข้อ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ฟังแล้วลงตัวมากจนหลายคนเชื่อว่าเป็นความหมายดั้งเดิม ความจริงคือมันเป็นคนละคติกัน ฝั่งหนึ่งมาจากพราหมณ์ ฝั่งหนึ่งมาจากพุทธ ไม่มีอันไหนผิด แต่รู้ไว้ว่าอันไหนมาจากไหนก็ทำให้มองที่ตรงนั้นออกชัดขึ้น

ของอีกอย่างที่เห็นได้เกือบทุกวันคือคณะละครที่ยืนรออยู่ข้างศาล คนที่ตั้งใจไว้แล้วรู้สึกว่าเรื่องผ่านไปด้วยดี จะว่าจ้างให้รำถวายเป็นการแก้บน มีทั้งดนตรีไทยและนางรำ ราคาแบ่งเป็นชุดตามจำนวนคนรำ จึงเป็นที่เดียวในกรุงเทพฯ ที่ได้ยินเสียงปี่พาทย์กลางสี่แยกที่รถติดที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

ท้าวมหาพรหม
คำเรียกพระพรหมในคติไทย มักใช้กับองค์ที่ประดิษฐานในศาล
พรหมวิหาร 4
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แปลว่าธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม
เอราวัณ
ช้างทรงของพระอินทร์ ชื่อนี้เป็นที่มาของชื่อโรงแรมและของชื่อศาล
แก้บน
การทำตามที่ตั้งใจไว้ หลังจากรู้สึกว่าเรื่องที่ขอผ่านไปด้วยดี
ละครชาตรี
ละครรำแบบเก่าที่นิยมใช้รำถวายแก้บนตามศาล

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

ถ้าแวะไป ลองเดินรอบศาลให้ครบสี่ด้านสักรอบหนึ่งโดยยังไม่ขออะไร แล้วนึกถึงสี่ข้อฝั่งพุทธไปทีละด้าน เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะเห็นว่าที่ตรงนี้มีของสองชั้นซ้อนกันอยู่ และคนส่วนใหญ่เห็นแค่ชั้นเดียว

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

ก่อนมาเกิด ดวงวิญญาณถูกพักไว้ที่ไหนสักแห่งคติล้านนาว่าสัตว์ประจำปีนักษัตรเป็นผู้พาดวงวิญญาณไปพักไว้ที่พระธาตุองค์หนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ครรภ์มารดาม้าลายที่ศาลเจ้า มาจากคนฟังผิดคำเดียวตุ๊กตาม้าลายกองอยู่ที่ศาลริมถนนทั่วประเทศ และคำอธิบายที่เล่ากันมากที่สุดคือมีคนฟังคำว่ามาลัยเป็นม้าลายครุฑที่จับนาคไว้ ทั้งสองเป็นลูกพ่อเดียวกันครุฑกางปีกจับนาคไว้ทั้งสองมือ เห็นบนหน้าบันวัดและบนหัวกระดาษราชการ แต่ไม่ค่อยมีใครบอกว่าสองตัวนี้เป็นพี่น้องกัน และเรื่องเริ่มจากการพนันของแม่สองคนศาลหน้าบ้านสองหลัง ทำไมต้องมีสองหลังเดินผ่านกันทุกวันจนชิน แต่ถ้าถามว่าหลังไหนของใคร คนตอบได้ไม่มากตรีเทวี — สามพระแม่ที่คู่กับสามมหาเทพตรีมูรติมีสามองค์ และอีกฝั่งก็มีสามองค์เหมือนกัน แต่ฝั่งนี้คนไทยไม่ค่อยเรียกรวมกันพญานาคสององค์แข่งกันขุดแม่น้ำข้อตกลงเรื่องอาหารพังลง จนกลายเป็นสงคราม แล้วพระอินทร์ก็ให้ไปแข่งขุดแม่น้ำแทน

อ่านต่อ

ที่มา: MGR Online (ประวัติศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ) · กรุงเทพธุรกิจ (สี่พระพักตร์กับทิศ) · พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม (พรหมวิหาร 4)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ