ของที่เห็นทุกวัน

สีจีวรที่ไม่เท่ากัน ไม่ได้บอกว่าองค์ไหนสูงกว่า

พระบางองค์ห่มส้มสด บางองค์ห่มน้ำตาลคล้ำ คนจำนวนมากเดาว่าสีเข้มแปลว่าอาวุโสกว่าหรือเคร่งกว่า คำตอบจริงอยู่ที่หม้อย้อม

ยืนใส่บาตรตอนเช้าสองสามวันก็จะเห็นว่าสีจีวรไม่เท่ากัน บางองค์เหลืองส้มสว่าง บางองค์น้ำตาลคล้ำเกือบเป็นสีสนิม คำเดาที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือสีเข้มแปลว่าพรรษามากกว่าหรือเคร่งกว่า ในพระวินัยไม่มีข้อไหนผูกสีเข้ากับลำดับชั้นเลยสักข้อ

ชื่อเรียกผ้าที่พระครองคือ กาสาวพัสตร์ ซึ่งแปลตรงตัวว่าผ้าที่ย้อมด้วยน้ำฝาด น้ำฝาดคือน้ำต้มจากพืชที่มีรสฝาด ต้มแล้วได้สีหม่น ๆ ออกมา สังเกตว่าคำนี้นิยามผ้าด้วยวิธีย้อม ไม่ได้นิยามด้วยเฉดสี ผ้าเหลือง ผ้าสีกรัก หรือสีอะไรก็ตามที่ย้อมมาถูกวิธี เรียกกาสาวพัสตร์ได้ทั้งหมด

พระวินัยห้ามสีสดไว้ชัดเจน ทั้งสีครามจัด เหลืองจัด แดงจัด ดำสนิท และแดงคล้ำอีกหลายเฉด ส่วนที่ทรงอนุญาตคือน้ำย้อมหกอย่าง ได้แก่ น้ำย้อมจากรากหรือเหง้า จากต้นไม้ จากเปลือกไม้ จากใบไม้ จากดอกไม้ และจากผลไม้ เจตนาข้อนี้ตรงไปตรงมา คือไม่ให้ผ้าที่พระห่มกลายเป็นของน่าอยากได้

สีกรักคือสีที่ได้จากการต้มแก่นขนุน ออกมาเป็นน้ำตาลอมเหลืองคล้ำ พระธุดงค์และพระป่าย้อมผ้าเองมาแต่ไหนแต่ไร ในป่าหาแก่นขนุนได้ง่ายกว่าอย่างอื่น สีที่ได้จึงเป็นสีนี้ ส่วนสีส้มสดที่เห็นทั่วไปในเมืองมาจากสีสังเคราะห์ที่ย้อมกันในโรงงานยุคหลัง ความต่างของสองสีนี้จึงเป็นเรื่องของหม้อย้อมกับธรรมเนียมของสาย ไม่ใช่เรื่องของยศ

ถ้าจะพูดอย่างกว้างที่สุดเท่าที่พูดได้ พระสายวัดป่านิยมสีกรัก พระในเมืองนิยมสีเหลืองส้ม แต่ไม่ใช่กติกาตายตัว วัดเดียวกันก็มีทั้งสองสีได้ และยังมีอีกสีที่เห็นบ่อยในงานพิธีคือสีพระราชนิยม ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองสีข้างต้น

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

กาสาวพัสตร์
ผ้าย้อมน้ำฝาด คำเรียกรวมของผ้าที่พระครอง ไม่ว่าจะเป็นสีใด
น้ำฝาด
น้ำต้มจากพืชที่มีรสฝาด ใช้ย้อมผ้าให้ได้สีหม่น
สีกรัก
สีน้ำตาลอมเหลืองคล้ำ ได้จากการย้อมด้วยแก่นขนุน
แก่นขนุน
เนื้อไม้ชั้นในของต้นขนุน ต้มแล้วได้น้ำย้อมสีกรัก
ไตรจีวร
ผ้าสามผืนของพระ คือ สังฆาฏิ อุตราสงค์ และอันตรวาสก

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

เวลาไปเลือกผ้าไตรไปถวาย คำถามที่ควรถามร้านไม่ใช่ว่าสีไหนดีกว่ากัน แต่เป็นว่าวัดที่จะไปถวายใช้สีอะไร เพราะผ้าที่สีไม่ตรงกับที่วัดนั้นใช้ พระท่านก็ต้องเก็บไว้เฉย ๆ ทั้งที่เป็นผ้าดี

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: พระวินัยปิฎก จีวรขันธกะ (น้ำย้อมหกอย่าง · สีต้องห้าม) · คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑิต (กรัก · สีกรัก)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ