ของที่เห็นทุกวัน

กราบสามครั้ง ครั้งละสามจังหวะ ทุกจังหวะมีชื่อ

คนไทยกราบพระกันตั้งแต่จำความได้ แต่ถ้าถามว่าทำไมสามครั้ง และองค์ห้าคืออะไร คนที่ตอบได้มีไม่มาก

ชื่อเต็มของการกราบแบบนี้คือกราบเบญจางคประดิษฐ์ เบญจางค์แปลว่าองค์ห้า ประดิษฐ์แปลว่าตั้งไว้ รวมแล้วแปลว่าการตั้งอวัยวะห้าอย่างลงกับพื้น ห้าอย่างนั้นคือเข่าสองข้าง ฝ่ามือสองข้าง และหน้าผากอีกหนึ่ง ต้องแตะพื้นพร้อมกันครบทั้งห้าจุดจึงจะครบ

การกราบหนึ่งครั้งแบ่งเป็นสามจังหวะ และทั้งสามจังหวะมีชื่อของตัวเอง จังหวะแรกคืออัญชลี ประนมมือขึ้นระดับอก ปลายนิ้วเอียงราวสี่สิบห้าองศา รูปมือที่ได้คือรูปดอกบัวตูม จังหวะที่สองคือวันทา ยกมือที่ประนมขึ้นจรดหน้าผาก นิ้วชี้อยู่ตรงไรผม หัวแม่มืออยู่ระหว่างคิ้ว จังหวะที่สามคืออภิวาท ก้มลงจนครบทั้งห้าจุด ค้างไว้ราวสามวินาทีแล้วจึงเงยขึ้น

ทำครบสามจังหวะนับเป็นการกราบหนึ่งครั้ง แล้วกราบแบบนั้นสามครั้ง สามครั้งนั้นไม่ใช่การทำซ้ำให้ครบจำนวน แต่กราบคนละอย่าง ครั้งแรกกราบพระพุทธ ครั้งที่สองกราบพระธรรม ครั้งที่สามกราบพระสงฆ์ พอรู้ข้อนี้แล้วการกราบสามครั้งจะไม่ใช่พิธีที่ยาวโดยไม่มีเหตุผลอีกต่อไป

ท่านั่งของชายกับหญิงต่างกันและมีชื่อเรียกด้วย ชายนั่งท่าเทพบุตร คือคุกเข่าทั้งสองข้าง ตัวตรง หญิงนั่งท่าเทพธิดา คือคุกเข่าโดยเก็บปลายเท้าไว้ด้วยกัน ตัวตรงเช่นกัน ในจังหวะวันทา ผู้ชายตั้งตัวตรง ส่วนผู้หญิงค้อมตัวลงเล็กน้อย

ข้อที่คนถามกันบ่อยคือกราบแบมือหรือคว่ำมือ ในท่าอภิวาทฝ่ามือทั้งสองแบลงราบกับพื้น วางห่างกันพอให้หน้าผากลงตรงกลางได้ ไม่ใช่ประนมมือค้างไว้แล้วก้มลง ซึ่งเป็นท่าที่เห็นบ่อยแต่ไม่ครบองค์ห้า เพราะถ้ามือยังประนมอยู่ ฝ่ามือก็ยังไม่ได้แตะพื้น เหลือแค่สามจุดคือเข่าสองกับหน้าผาก

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

เบญจางคประดิษฐ์
การตั้งอวัยวะห้าอย่างลงกับพื้น คือเข่าสอง ฝ่ามือสอง และหน้าผากหนึ่ง
อัญชลี
จังหวะแรก ประนมมือระดับอก รูปมือเป็นดอกบัวตูม
วันทา
จังหวะที่สอง ยกมือที่ประนมขึ้นจรดหน้าผาก
อภิวาท
จังหวะที่สาม ก้มลงจนครบทั้งห้าจุด
ท่าเทพบุตร ท่าเทพธิดา
ชื่อท่านั่งของชายกับหญิงก่อนเริ่มกราบ

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

ครั้งหน้าที่เข้าไปในโบสถ์ ลองนับจังหวะในใจดูสักครั้ง อก แล้วหน้าผาก แล้วลงพื้น สามจังหวะนี้คืออัญชลี วันทา อภิวาท และเมื่อทำครบสามรอบ ก็คือได้กราบครบทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: คำวัด (อภิวาท) · เอกสารการกราบเบญจางคประดิษฐ์ · NECTEC SchoolNet (สังคมศึกษา)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ