การพบกัน

พญานาคที่ขดกายเจ็ดรอบบังฝนให้พระพุทธเจ้า

ฝนตกเจ็ดวันไม่หยุด แล้วพญานาคก็ขึ้นมาจากสระ — เรื่องนี้กลายเป็นปางประจำวันเสาร์

ปางนาคปรก — พระประจำวันเสาร์
ปางนาคปรก — พระประจำวันเสาร์

หลังตรัสรู้ พระพุทธองค์ไม่ได้เสด็จไปไหนทันที แต่ประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่แถวต้นพระศรีมหาโพธิ์ ย้ายที่ประทับไปเรื่อย ๆ ที่ละเจ็ดวัน พอถึงสัปดาห์ที่หกทรงประทับใต้ต้นมุจลินท์ ซึ่งก็คือต้นจิกน้ำ

สัปดาห์นั้นเกิดฝนกับลมหนาวตกพรำติดต่อกันเจ็ดวันไม่ขาดสาย พญานาคชื่อมุจลินท์ซึ่งอยู่ในสระบริเวณนั้นขึ้นมา แล้วขดกายเป็นอาสนะเจ็ดรอบรองรับพระวรกายไว้ จากนั้นแผ่พังพานปกไว้ข้างบน กันทั้งลม ฝน และสัตว์เลื้อยคลาน ตลอดเจ็ดวันจนพายุสงบ

ที่น่าสังเกตคือพญานาคไม่ได้มาขอพรหรือมาถามอะไรเลย ขึ้นมาบังฝนเฉย ๆ แล้วก็กลับ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีบทสนทนา แต่กลายเป็นภาพที่คนไทยเห็นบ่อยที่สุดภาพหนึ่ง

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

วิมุตติสุข
ความสุขจากการหลุดพ้นที่พระพุทธองค์เสวยอยู่เจ็ดสัปดาห์หลังตรัสรู้
ต้นจิกน้ำ
ชื่อไทยของต้นมุจลินท์ เป็นไม้ที่ขึ้นริมน้ำ
พังพาน
แผ่นหนังที่งูแผ่ออกด้านข้างคอ พญานาคแผ่พังพานเพื่อบังฝน
ขนด
การขดตัวเป็นวง ขนดเจ็ดรอบคือขดเจ็ดชั้น

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

นี่คือที่มาของปางนาคปรก ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ คนวันเสาร์ที่ไหว้พระประจำวันเกิดอยู่ทุกปี ก็คือกำลังไหว้ภาพของเจ็ดวันนั้น

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: วัดป่ามหาชัย · ธรรมะไทย

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ