เหตุการณ์

สาดน้ำสงกรานต์ ใหม่กว่าที่คิดมาก

คนไทยเข้าใจว่าสาดน้ำกันมาแต่โบราณ แต่หลักฐานบอกว่าเพิ่งมาแพร่หลายไม่ถึงร้อยปี

ปางสมาธิ — สงกรานต์เดิมเป็นเรื่องของการชำระล้าง ไม่ใช่การเล่น
ปางสมาธิ — สงกรานต์เดิมเป็นเรื่องของการชำระล้าง ไม่ใช่การเล่น

สงกรานต์อยู่ที่ 13 ถึง 15 เมษายน และถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยแบบเดิม สิ่งที่คนทั่วโลกนึกถึงคือการสาดน้ำ แต่นั่นไม่ใช่รูปแบบดั้งเดิม

ของเดิมคือรดน้ำดำหัว คือเอาน้ำอบน้ำหอมรดลงบนฝ่ามือของผู้ใหญ่ เพื่อขอพรและขออภัยในสิ่งที่ล่วงเกินมาทั้งปี น้ำในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของการชำระล้าง ไม่ใช่ของการเล่น

หลักฐานที่ชัดที่สุดคือหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2441 และบันทึกพระราชพิธีตลอดทั้งปีไว้อย่างละเอียด ในนั้นไม่มีการสาดน้ำ

การสาดน้ำมาแพร่หลายในช่วงหลังทศวรรษ 2500 ตรงกับช่วงที่ทหารอเมริกันเข้ามาประจำการในไทยสมัยสงครามเวียดนาม และร่วมเล่นสงกรานต์ตามเมืองอย่างพัทยา

ที่ควรพูดให้ชัดคือเรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าสาดน้ำเป็นของปลอม ประเพณีเปลี่ยนรูปได้เป็นเรื่องปกติ และของที่เปลี่ยนแล้วก็เป็นของจริงของยุคนั้น สิ่งที่หลักฐานบอกคือมันเปลี่ยนเมื่อไร ไม่ได้บอกว่าใครทำถูกทำผิด

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

รดน้ำดำหัว
การรดน้ำอบลงบนฝ่ามือผู้ใหญ่เพื่อขอพรและขออภัย
น้ำอบ
น้ำหอมไทยแบบดั้งเดิม ใช้ในงานมงคลและในพิธีรดน้ำ
ตรุษ
วันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ตามคติเดิม ใช้กับทั้งตรุษไทยและตรุษจีน
ทศวรรษ 2500
ช่วงปี พ.ศ. 2500 ถึง 2509 ตรงกับคริสต์ทศวรรษ 1960

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

สงกรานต์ปีหน้าถ้าอยากทำแบบเดิมด้วย ไม่ต้องเลิกสาดน้ำ แค่หาเวลาไปรดน้ำที่มือผู้ใหญ่สักครั้งหนึ่ง สองอย่างนี้อยู่ด้วยกันได้ และเดิมทีอย่างหลังคือตัวงาน

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: The People · กรมประชาสัมพันธ์ · ไทยรัฐ

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ