ของที่เห็นทุกวัน

เดินสามรอบ รอบละอย่าง ไม่ใช่เดินให้ครบจำนวน

เกือบทุกคนเคยถือเทียนเดินรอบโบสถ์ตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าถามว่าทำไมสามรอบ และทำไมต้องเวียนไปทางขวา คนที่ตอบได้มีไม่มาก

เวียนเทียนคือการเดินรอบปูชนียสถาน ซึ่งอาจเป็นโบสถ์ วิหาร เจดีย์ หรือองค์พระ ทำในวันสำคัญทางศาสนาอย่างมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา ของที่ถือไว้ในมือคือชุดเดิม คือดอกไม้ ธูป และเทียน

การเวียนไปทางขวามีชื่อเรียกเฉพาะว่าทักษิณาวรรต เป็นคำเดียวกับที่ใช้อธิบายขมวดผมของพระพุทธรูปที่ขดเวียนขวา ในคติอินเดียการหันข้างขวาเข้าหาสิ่งที่เคารพถือเป็นการให้เกียรติสูงสุด เดินขวาจึงไม่ใช่ธรรมเนียมที่ตั้งขึ้นลอย ๆ แต่มาจากท่าทีของร่างกายที่มีความหมายมาก่อนแล้ว

สามรอบไม่ใช่การเดินซ้ำให้ครบจำนวน แต่แต่ละรอบระลึกถึงคนละอย่าง รอบแรกระลึกถึงพระพุทธคุณ โดยสวดบทอิติปิโส รอบที่สองระลึกถึงพระธรรมคุณ ด้วยบทสวากขาโต รอบที่สามระลึกถึงพระสังฆคุณ ด้วยบทสุปะฏิปันโน

พอรู้ข้อนี้แล้วจะเห็นว่าเลขสามชุดเดียวกันนี้โผล่อยู่หลายที่ในวัด ธูปสามดอก กราบสามครั้ง และเวียนสามรอบ ทั้งหมดชี้ไปที่พระรัตนตรัยเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ทำด้วยอะไร ของที่ดูเหมือนพิธีที่ยาวโดยไม่มีเหตุผล จึงเป็นเรื่องเดียวกันที่พูดซ้ำด้วยวิธีต่างกัน

ในทางปฏิบัติมีข้อที่ควรรู้อยู่ไม่กี่ข้อ ถือดอกไม้ธูปเทียนประนมไว้ระดับอก เดินช้า ๆ และไม่แซงคนข้างหน้า เพราะเปลวเทียนของคนที่เดินอยู่ใกล้กันเป็นเรื่องที่ต้องระวังจริง ๆ เดินครบสามรอบแล้วจึงนำดอกไม้ธูปเทียนไปวางไว้ตรงที่วัดจัดให้

ใครเป็นใครในเรื่องนี้

คำที่โผล่ในเรื่องนี้

เวียนเทียน
การเดินถือดอกไม้ธูปเทียนรอบปูชนียสถานในวันสำคัญทางศาสนา
ทักษิณาวรรต
การเวียนไปทางขวา คำเดียวกับที่ใช้กับขมวดผมของพระพุทธรูป
พระพุทธคุณ
คุณของพระพุทธเจ้า ระลึกถึงในรอบแรกด้วยบทอิติปิโส
พระธรรมคุณ
คุณของพระธรรม ระลึกถึงในรอบที่สองด้วยบทสวากขาโต
พระสังฆคุณ
คุณของพระสงฆ์ ระลึกถึงในรอบที่สามด้วยบทสุปะฏิปันโน

แล้วเรื่องนี้อยู่ตรงไหนในชีวิตจริง

ครั้งหน้าที่ไปเวียนเทียน ลองใช้แต่ละรอบคิดถึงคนละอย่างจริง ๆ ตามที่ตำราวางไว้ รอบแรกคิดถึงพระพุทธ รอบสองคิดถึงคำสอน รอบสามคิดถึงคนที่รักษาคำสอนนั้นไว้จนถึงเรา สามรอบที่เคยรู้สึกว่ายาว จะกลายเป็นสามเรื่องที่ไม่เหมือนกัน

เรื่องที่มีองค์เดียวกัน

จีวรเย็บจากผ้าหลายชิ้น ลายเดียวกับคันนาลองมองจีวรใกล้ ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่ผ้าผืนเดียว แต่เป็นผ้าชิ้นเล็กเย็บต่อกันเป็นช่อง ๆ และลายนั้นมีที่มาทำไมวัดไทยถึงมีหมาเยอะเดินเข้าวัดไหนก็เจอหมานอนอยู่ใต้ศาลาสักสองสามตัว เกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดที่นั่นคนขายดอกไม้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดอกมะลิกำเดียวดอกไม้ของเขาเป็นของพระราชาทุกเช้า จนวันหนึ่งเขาเลือกให้คนอื่นแทน โดยรู้ว่าอาจถูกประหารพระโมคคัลลานะกับแม่ที่หิวจนกินอะไรไม่ได้อัครสาวกผู้มีฤทธิ์มากที่สุดส่งข้าวให้แม่ด้วยมือตัวเอง แต่ข้าวกลายเป็นไฟก่อนถึงปากคาถาสั้น ๆ บทเดียวที่ได้อัครสาวกมาสองรูปเพื่อนสองคนสัญญากันว่าใครเจอทางพ้นทุกข์ก่อนต้องบอกอีกคน แล้ววันหนึ่งคำตอบก็มาในประโยคเดียวเจ็ดวันสุดท้าย ที่อัครสาวกกลับบ้านไปหาแม่ท่านสอนคนมาทั้งชีวิต แต่คนที่ยังไม่เคยฟังเลยคือแม่ของท่านเอง

อ่านต่อ

ที่มา: หอสมุดรัฐสภา (อินโฟกราฟิก การเวียนเทียน) · ไทยรัฐ (ประวัติเวียนเทียน) · PPTV HD36 (การเวียนเทียนสำคัญอย่างไร)

เนื้อหาในหน้านี้เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำพยากรณ์ และไม่ได้ผูกกับผลรางวัลหรือการเสี่ยงโชคใด ๆ